นุชรัตน์-PBL

บทคัดย่อ

 ผู้วิจัย นางนุชรัตน์ ปรสิทธิศิลป์ชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ 

          การวิจัยเรื่อง รูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาความสามารถครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน Project-Based Learning) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศ พัฒนาความสามารถครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อศึกษาความรู้ครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน  ศึกษาความสามารถครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน   ศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาความสามารถครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน  กลุ่มเป้าหมาย ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 จำนวน 37 โรงเรียน  วิธีการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ  
ระยะที่ 1   พัฒนารูปแบบการนิเทศ  ระยะที่ 2  สร้างเครื่องมือและทดลองใช้รูปแบบ  ระยะที่
3  
นำรูปแบบไปใช้  
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบวัดความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning)  แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน 
แบบทดสอบความรู้ครูเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) แบบสำรวจความคิดเห็นครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning)  แบบสัมภาษณ์ครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน และแนวทางการการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ผลการศึกษามีดังต่อไปนี้

          1. รูปแบบการพัฒนาความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีองค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 กำหนดเป้าหมาย องค์ประกอบที่ 2 การสร้างความรู้ครู องค์ประกอบที่ นิเทศ ติดตาม องค์ประกอบที่ ถอดบทเรียน

         2.  ผลการศึกษาความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ก่อนและหลังการนิเทศ พบว่า ภาพรวมระดับการปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้ ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ก่อนการนิเทศมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง  (3.23) และหลังการนิเทศมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (4.42)  ดังนี้

          3.  ผลการศึกษาความสามารถครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานด้วยการสังเกตพฤติกรรม พบว่า  พฤติกรรมครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ภาพรวมมีพฤติกรรมเฉลี่ยในทุกรายการ มีการปฏิบัติ คิดเป็นร้อยละ 83.38

         4. ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการจัดการเรียนรู้ก่อนและหลังการได้รับการพัฒนาของครูผู้สอนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี มัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนการพัฒนาค่าเฉลี่ยเท่ากับ 87.24 หลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 119.30 คะแนนเฉลี่ยหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้

         5.  ผลการเปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานของครูก่อนการนิเทศ  คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.81 หลังการนิเทศ คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 23.41 ผลการเปรียบเทียบคะแนนความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานก่อนและหลังการได้รับการนิเทศของครูผู้สอนกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี มัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้